วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คอมพิวเตอร์ ติดไวรัส ที่มาแบบออนไลน์ได้อย่างไรบ้าง (วิธีป้องกัน)



การท่องโลกออนไลน์ โดยไม่รู้จักวิธีป้องกันที่ดี ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ คอมพิวเตอร์ ติดไวรัส ได้ จึงอยากมาให้ความรู้เกี่ยวกับ virus computer ที่มาจากโลกออนไลน์ และวิธีการป้องกันไม่ให้ คอมพิวเตอร์ ติดไวรัส ได้ครับ

ไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ใช้ คอมพิวเตอร์ อย่างไม่ระมัดระวัง นอกจากจะทำให้ คอมพิวเตอร์ เสียหายถึงขั้นพังได้แล้ว อาจทำให้การท่องโลกออนไลน์ของคุณไม่ปลอดภัย สาเหตุส่วนใหญ่ ที่ทำให้ คอมพิวเตอร์ ติดไวรัส มานั้น เกิดจาก การที่คุณไม่มีวิธีการป้องกันที่ดี เมื่อเชื่อมต่อใช้งาน internet เช่น การเปิดไฟล์ที่แนบมาจากอีเมลล์ ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา, การไม่ติดตั้งใช้งาน antivirus หรือการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นต้น

บทความนี้ จึงอยากจะมาแนะนำความรู้ เกี่ยวกับ ไวรัส คอมพิวเตอร์ ที่มาจากโลกออนไลน์ ให้ทราบกัน ผ่านทาง Infographic ด้านล่างนี้ครับ

คอมพิวเตอร์ ติดไวรัส บนโลกออนไลน์ อย่างไร

ในปัจจุบัน มีผู้คนมากมาย ที่ต้องเจอกับปัญหาไวรัส ที่มาจากการใช้งานอินเตอร์เน็ต ซึ่งเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้ คอมพิวเตอร์ เสียหาย หรือถูก hackers ใช้ช่องโหว่ ที่ตรวจพบ เพื่อเข้ามาขโมยข้อมูลของคุณ

ดังนั้น ควรจะมีวิธีการป้องกันที่ดี มาดูกันดีกว่าว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ คอมติดไวรัส คืออะไร และวิธีป้องกันครับ




1. ไม่ติดตั้งใช้งาน antivirus


หลายๆ คน คิดว่า โปรแกรม antivirus ไม่มีความสำคัญ จึงไม่ติดตั้ง antivirus ลงบนเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ผิดเป็นอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะใช้ internet ระมัดระวังมากขนาดไหน คุณจำเป็นต้องมี antivirus ไว้คอยช่วย scan หา virus ที่จะมากับไฟล์แนบอีเมลล์ หรือไฟล์ดาวน์โหลด จาก internet เสมอครับ


ดังนั้น ควรจะติดตั้ง โปรแกรม antivirus ไว้บน คอมพิวเตอร์ ด้วย ลองเข้าไปดู โปรแกรม antivirus ที่ผมเคยแนะนำเอาไว้ ได้ตามลิงค์ ครับ


2. ไม่ update คอมพิวเตอร์


บ่อยครั้ง คุณจะสังเกตุเห็นว่า Windows จะให้คุณ update ระบบอยู่ตลอดเวลา และจะแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อมี update ใหม่ๆ มา ซึ่งส่วนใหญ่ การอัพเดท คือการ ปรับปรุงแก้ไขปัญหาช่องโหว่ ที่ถูกตรวจพบ เพื่อให้คุณสามารถใช้ Windows ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ควรจะมีการอัพเดท เครื่องอยู่ตลอดเวลา ด้วยครับ


3. การเปิดไฟล์แนบที่มากับอีเมลล์


ควรจะระมัดระวัง ทุกครั้ง ที่จะเปิดไฟล์ที่แนบมากับอีเมลล์ จากแหล่งที่มาที่คุณไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ, ไฟล์เอกสารประเภทต่างๆ ฯลฯ เพราะไวรัส มักมาพร้อมกับไฟล์แนบเหล่านั้นได้ ทางที่ดี ควรจะมีการ scan หาไวรัส ก่อนที่จะเปิดไฟล์เหล่านั้นทุกครั้ง หากสงสัยว่าเป็นไฟล์ที่ไม่ปลอดภัย


4. คลิ๊กเลือก Dialog box ที่ปรากฎขึ้นมาโดยไม่ดูรายละเอียดให้ดีก่อน


หลายๆ ครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์ ที่มีไวรัส คุณอาจจะเห็น dialog box ปรากฎขึ้นมา เพื่อให้แจ้งเตือนให้อัพเดทโปรแกรม, ให้ติดตั้ง antivirus หรือฟ้องว่ามีไวรัส และให้สแกนหาไวรัส โดยทันที ดังนั้น ก่อนที่จะคลิ๊กเปิดตกลง ควรจะอ่านให้แน่ใจก่อนว่าให้ทำอะไร หากเป็นการให้ ดาวน์โหลด หรือติดตั้ง software ควรจะเปิด dialog box นั้นทันที


5. ดาวน์โหลด software จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

ในบางครั้ง คุณจะพบว่า software ที่ดาวน์โหลดมาจาก webboard หรือเว็บไซต์ต่างๆ เมื่อสแกนหาไวรัสแล้ว กลับพบว่ามีไวรัสติดมาด้วย แสดงว่า ผู้ที่ให้คุณโหลดซอฟแวร์ มีจุดประสงค์ที่จะซ่อนไวรัส หรือโทรจัน มากับโปรแกรม ด้วย เมื่อคุณติดตั้งใช้งานโปรแกรม จะทำให้ คอมติดไวรัส และเปิดช่องโหว่ ให้ hackers เข้ามาควบคุมคอมพิวเตอร์ ของคุณได้

ดังนั้น ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะ โหลดโปรแกรม จากแหล่งที่มา ที่ไม่น่าเชื่อถือ


6. ระวัง USB drive
ควรจะมีวิธีป้องกัน ไวรัส ที่มากับ usb ด้วย เพราะก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ คอมพิวเตอร์ ติดไวรัส อาจจะติดตั้ง โปรแกรมป้องกัน autostart เอาไว้ บน คอมพิวเตอร์ เพื่อสแกนหาไวรัส ที่จะมากับ usb ก่อนครั้ง


7. ไม่ควรปิดใช้งาน security features
ไม่ว่าจะเป็น antivirus, antispyware, firewall เป็นต้นครับ
และสุดท้ายที่สำคัญ ก็คือ ไม่ควรเขาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ที่เสี่ยงต่อการถูก spyware, malware คุกคาม คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เว็บโป้, เว็บโหลดหนัง หรือ MP3 เป็นต้นครับ…

ติดต่อร้านซ่อมคอมเชียงราย 094-758-0567

chiangraicom

บริการรับทำเว็บไซต์ทุกประเภทม, รับทำ seo, seo สายโหด, สายยากโครตหินรับหมด รับทำseo ติดหน้าแรกGoogle รับโปรโมทเว็บไชต์ ไม่ติดอันดับยินดีคืนเงินบริการรับทำseoสายดำ สายขาว ทำอันดับseo ติดหน้าแรกGoogle ไม่ติดอันดับยินดีคืนเงินรับทำคีย์สายดำทุกคีย์บน google บน google Facebook & Website Easy SEO Rank

  • Share to Facebook
  • Share to Twitter
  • Share to Google+
  • Share to Stumble Upon
  • Share to Evernote
  • Share to Blogger
  • Share to Email
  • Share to Yahoo Messenger
  • More...