วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

บทความน่ารู้ก่อนติดตั้งกล้องวงจรปิด

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

อุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบโทรทัศน์วงจรปิด

เครื่องหุ้มกล้อง / กล่องหุ้มกล้อง (Camera Housing) 
เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด มีความคงทนต่อสภาวะอากาศ สิ่งแวดล้อมต่างๆ 
สามารถ ที่จะนำกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไปติดตั้งใช้งานได้ทุกสถานที่ตามความต้องการ เพราะว่า" เครื่องหุ้มกล้อง / กล่องหุ้มกล้อง" มีหลายชนิด หลายแบบ ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ เช่น บางชนิด มีพัดลมช่วยระบายอากาศ ทั้งภายในและภายนอก (ระหว่างตัวกล่องหุ้มกล้องกับแผงกันแดด Sunshield ) บางรุ่นมีที่ปัดน้ำฝน บางชนิดมีระบบการระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อติดตั้งกล้องบริเวณที่มีความร้อนสูงๆ เช่นหน้าเตาเผาโลหะ ฯ บางชนิดมีการปิดผนึกอย่างดี สามารถป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปภายในได้ บางชนิดสร้างด้วยโลหะพิเศษ เช่น Stainless-Steel เพื่อทนทานต่อการกัดกร่อนโลหะ(Corrosion proof) 

       บางชนิดออกแบบมาเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมน้ำมันโดยเฉพาะ สามารถที่จะป้องกันประกายไฟ-ไม่ให้ออกไปภายนอกกล่องหุ้มกล้องได้ เรียกว่า Flameproof หรือบางประเทศเรียก Explosion proof เพื่อป้องกันไม่ให้ประกายไฟ ที่อาจจะเกิดขึ้นภายในกล่องหุ้มกล้องออกไปทำความเสียหายให้กับงานอุตสาหกรรม น้ำมันซึ่ง สภาวะอากาศเต็มไปด้วยไอของน้ำมันที่พร้อมจะติดไฟ การเลือกใช้กล่องหุ้มกล้องนอกจากสภาวะภายนอกแล้ว จะต้องคำนึงจึงภายในตัวกล่องหุ้มกล้อง ซึ่งจะมีกล้องและเลนส์ติดตั้งอยู่ จะต้องมีขนาดพอเหมาะ ควรจะให้มีขนาดใหญ่ไว้สักเล็กน้อยเพื่อให้อากาศภายใน สามารถหมุนเวียนได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนให้กับกล้องได้ส่วนหนึ่ง. 

ฐานกล้องหมุนส่ายซ้าย/ขวา - ก้มเงยได้ (Pan & Tilt unit)
เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กล้อง สามารถที่จะเปลี่ยนได้หลายทิศทาง ทั้งมุมต่ำ และมุมสูง เช่น กล้องที่ติดตั้งอยู่กับ Pan & Tilt unit ติดตั้งบนเสามีความสูงประมาณ ๑๐ เมตร สามารถที่จะปรับมุมก้มเพื่อจะดูวัตถุ หรือคนที่อยู่บนพื้นดิน ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งที่ติดตั้งกล้อง หรือมุมเงยเพื่อมองไปยังอาคารที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นทิศทางตรงด้านหน้าหรือจะหมุนไป ยังทิศทางอื่นๆ ก็สามารถทำได้ 

       การพิจารณาเลือกใช้ Pan & Tilt unit ควรเลือกให้เหมาะสมกับงาน เพื่อเป็นประหยัดเงิน และอื่นๆ เช่น ติดตั้งภายในอาคารสำนักงาน สภาพแวดล้อมปกติ ก็ควรใช้ Pan & Tilt unit ธรรมดาสำหรับที่ใช้ภายในอาคาร แต่ถ้าเป็นภายในอาคารของโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ประกอบด้วย เช่น มีฝุ่นละอองมากกว่าปกติ มีการกัดกร่อนของโลหะสูง ก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ Pan & Tilt unit ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ให้เหมาะสมกับสภาพของสถานที่นั้นๆ ซึ่งอาจจะมีราคาค่อนข้างสูงจนถึงสูงมาก การติดตั้งภายนอกอาคาร ถ้าเป็นสถานที่สภาพแวดล้อมทั่วไปของท้องถิ่น (ประเทศไทย) ก็ใช้ Pan & Tilt unit 

       สำหรับติดตั้งภายนอกอาคารที่มีความสามารถทนทนต่อแดดและฝนได้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นภายนอกอาคารแต่อยู่ในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม ก็จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย เช่น ภายในบริเวณโรงกลั่นน้ำมัน สภาวอากาศจะเต็มไปด้วย ก๊าซ และ/หรือ ไอน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งไวไฟ ง่ายต่อการติดไฟ จึงมีความจำเป็นจะต้องใช้ Pan & Tilt unit (และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ) ที่มีการออกแบบมาเฉพาะสามารถป้องกันไม่ให้ประกายไฟ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการทำงานของอุปกรณ์ภายใน Pan & Tilt unit ออกไปภายนอกได้ อาจจะเป็นสาเหตุของการติดไฟ ทำให้เกิดไฟไหม้ หรือการระเบิด Pan & tilt unit ชนิดนี้จะต้องสามารถป้องกันประกายไฟ (Flameproof) ยุโรป หรือป้องกันการระเบิด (Explosion proof) สหรัฐฯ (ซึ่งมีลักษณะของการใช้งานอย่างเดียวกัน แต่เรียกชื่อต่างกัน) 

การเลือกใช้ Pan & Tilt unit นอกจากเรื่องสถานที่ติดตั้งแล้ว จะต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า อุปกรณ์ที่จะใช้งานร่วมกับ Pan & Tilt unit นอกจากกล้องกับเลนส์ จะมีอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม เพราะว่าถ้ามีอุปกรณ์ประกอบมาก น้ำหนักก็จะต้องมากตามไปด้วย จำเป็นที่ต้องใช้ Pan & Tilt unit ที่สามารถจะรับน้ำหนักได้ทั้งหมด จะทำให้มีขนาดใหญ่ และราคาแพง Pan & Tilt unit บางชนิดสามารถที่หมุนได้รอบตัวได้ โดยที่ไม่ต้องหมุนกลับ (เพราะติดสายไฟ) บางชนิดมีวงจรความจำตำแหน่ง (Preset Function) ควรจะพิจารณาว่าสามารถเสริมพิเศษของ Pan & Tilt unit มีความจำเป็นเพียงใด เพราะราคาก็จะต้องสูงไปตามคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้น นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว Pan & Tilt unit ยังมีอีกหลายแบบ เช่น บางแบบสามารถที่จะนำไปติดตั้งใต้น้ำได้ เป็นต้น 

       ระบบไฟฟ้าภายในของ Pan & Tilt unit ต้องเป็นระบบไฟฟ้าชนิดเดียวกันกับ เครื่อง/ตัว ควบคุมการทำงาน เช่น 24 V.DC , 24 V.AC , 115 V.AC หรือ 220 V.AC เป็นต้น ถ้าใช้ระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน จะทำให้ Pan & Tilt unit ไม่ทำงาน หรือ ชำรุดเสียหายได้ ถ้าระบบการส่งสัญญาณควบคุมของ Pan & Tilt unit เป็นการส่งแบบการผสม หรือฝากไปกับสัญญาณอื่นๆ เช่น ระบบ Digital , Microcomputer-Base เป็นต้น จะต้องมีการแปลงหรือแยกสัญญาณควบคุมฯ ออกจากสัญญาณที่เป็นตัวรับฝาก อุปกรณ์นี้เรียกว่า Receiver unit หรือ Driver unit หรือมีชื่อเป็นอย่างอื่น ตามแต่ผู้ผลิตจะเรียก

ระบบโทรทัศน์วงจรปิด CCTV คืออะไร
       กล้องวงจรปิด (CCTV) ย่อมาจาก Closed-circuit television ซึ่งจะทำหน้าที่รับภาพที่ปรากฏอยู่ และทำการแปลงเป็นสัญญาณ และทำการส่งสัญญาณดังกล่าวไปในจุดที่ต้องการในลักษณะ point to point

โทรทัศน์วงจรปิด ส่วนมากที่ใช้งานในปัจจุบันนี้มี 2 ลักษณะ คือ :
      
 1. ติดตั้งตายตัว หรือ กล้องติดอยู่กับที่ (Fixed Camera) 

หมายถึงตัวกล้องจะติดตั้งอยู่บนขากล้องหรืออื่นๆ ซึ่งไม่สามารถจะขยับ หรือหมุนเปลี่ยนทิศทาง
ในการดูได้ ถ้าต้องการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทาง ก็จะต้องถอดตัวกล้องแยกออกจากขากล้อง จึงจะเปลี่ยนตำแหน่งได้. 

2. สามารถหมุนปรับทิศทางได้ (Moving Camera) 


เพื่อ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ระบบโทรทัศน์วงจรปิด จึงได้มีการเพิ่มอุปกรณ์ประกอบเข้าไป คือ ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ สามารถที่จะปรับให้หมุนซ้าย / ขวา ก้ม-เงย ได้ ( Pan and Tilt unit ) และอาจจะมีอุปกรณ์อื่นเพิ่มอีก เช่น เลนส์ปรับขนาดภาพได้ (Zoom Lens) และ เครื่องหุ้มกล้อง (Camera Housing) เป็นต้น 

ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ (Pan & Tilt unit ) 
       เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กล้อง สามารถที่จะเปลี่ยนได้หลายทิศทาง ทั้งมุมต่ำ และมุมสูง เช่น กล้องที่ติดตั้งอยู่กับ Pan & Tilt unit ติดตั้งบนเสามีความสูงประมาณ ๑๐ เมตร สามารถที่จะปรับมุมก้มเพื่อจะดูวัตถุ หรือคนที่อยู่บนพื้นดิน ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งที่ติดตั้งกล้อง หรือมุมเงยเพื่อมองไปยังอาคารที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นทิศทางตรงด้านหน้า หรือจะหมุนไป ยังทิศทางอื่นๆ ก็สามารถทำได้ 
โดยปกติ กล้องที่มี Pan & Tilt unit จะใช้เลนส์ที่สามารถปรับขนาดภาพได้ ควบคู่ไปด้วยกัน แต่ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับงานที่ใช้ มากกว่า ในบางลักษณะอาจจะต้องการเพียงให้สามารถปรับทิศในการดูก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องการจะดูในรายละเอียด ในบางลักษณะก็มีความจำเป็นต้องการใช้เลนส์ที่สามารถปรับขนาดของภาพได้ เพื่อจะดูรายละเอียดของภาพที่ต้องการจะดูเพราะว่าระยะของวัตถุหรือจุดที่ ต้องการจะดูในแต่ละทิศทางจะมีความแตกต่างกันไป.

เลนส์ปรับขนาดภาพได้ ( Zoom Lens ) 
       เป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนขนาดภาพได้ ( เปลี่ยน ความยาวโฟกัส) เลนส์ฯ ที่นำมาใช้กับ กล้องที่มี Pan & Tilt unit ส่วนมากจะเป็นชนิด ที่ควบคุมการทำงานด้วยมอเตอร์ เราจึงเรียกว่า Motorized Zoom Lens 
การ เลือกใช้ Motorized Zoom Lens ควรจะเลือกให้เหมาะกับงานที่จะใช้ เพราะว่า Motorized Zoom Lens มีหลายแบบ หลายขนาดตามความยาวโฟกัส เช่น การใช้ภายในอาคาร มี พื้นที่ไม่ใหญ่ ก็ใช้ Motorized Zoom Lens ที่มีความยาวโฟกัสไม่มากนัก เช่น ๖ - ๓๕ ม.ม. ( ๖ เท่า) ถ้าเป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่ หรือภายนอกอาคารพื้นที่กว้าง หรือต้องการจะดูให้เห็นรายละเอียดมากๆ ก็ควรใช้ Motorized Zoom Lens ที่มีความยาวโฟกัสมากขึ้น เช่น 6-66 ม.ม. ( 10 เท่า) ถ้าติดตั้งนอกอาคาร หรือต้องการที่จะมองให้เห็นได้ไกล ก็ควรใช้ Motorized Zoom Lens ที่มีความยาวโฟกัสมากขึ้นไป เช่น 6-123 ม.ม. (21 เท่า) เป็นต้น

อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบโทรทัศน์วงจรปิด 
    1. กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera) 
    2. เลนส์ (CCTV Lenses)
    3. เครื่องบันทึกภาพ (Video Recorder) 
    4. จอภาพ (Video Monitor)
    5. เครื่องเลือก / สลับภาพ (Video Switcher) และ เครื่องผสม / รวมภาพ (Multiple Screen Displays) 
    6. ระบบการควบคุม (Control System) 
    7. อุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบโทรทัศน์วงจรปิด (Related Accessories for more efficiency CCTV System) 
       7.1. กล่องหุ้มกล้อง (Camera Housing) 
       7.2. ฐานกล้องปรับทิศทางได้ (Pan & Tilt units) 
       7.3. อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ควรดูอะไรบ้างก่อนใช้ กล้องวงจรปิด
1) การเลือกชนิดของกล้องวงจรปิด
       • ชนิดของกล้อง กล้องวงจรปิดมีหลายชนิดหลายแบบ โดยแบบได้คร่าว ๆ ดังนี้
       - กล้องแบบ CS MOUNT เป็นกล้องที่ต้องใช้เลนส์ต่อกับกล้อง ทำให้เกิดภาพ ข้อดี คือภาพจะชัด เพราะเลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์มาตรฐานขนาดใหญ่
       - กล้องแบบโดม เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการความสวยงามหรือไม่ต้องการให้สังเกตเห็นว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด

       • ความละเอียดของภาพ (RESOLUTION) กล้องที่ให้ภาพจะชัดเจนหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของแผ่นรับภาพ CCD ซึ่งแบบได้ 2 แบบ คือ
       - NORMAL RESOLUTON เป็นแบบที่มีความละเอียดของภาพปกติ ประมาณ 330 - 380 TV LINE
       - HIGN RESOLUTION เป็นแบบที่มีความละเอียดของภาพสูงประมาณ 400 - 550 TV LINE หมายเหตุ กล้องที่มีความละเอียดของภาพสูงจะมีราคาสูงตามไปด้วย

       • ความสามารถในการรับแสง (ILLUMINATION) กล้องที่มีความสามารถในการรับแสงต่ำ(LUX) จะสามารถใช้ในสถานที่ที่มีความสว่างน้อย (ในที่มืด) ได้ และราคาจะสูงตามไปด้วย

2) เลนซ์ (LENS)
การเลือกเลนซ์ มีความสำคัญในการติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด 

หลักการทำงานของเลนซ์
       เลนซ์จะตัวรวมแสงให้ภาพตกกระทบที่แผ่นรับภาพ CCD โดยมี IRIS , (ช่อง ให้แสงผ่าน) เป็นตัวกำหนดให้ภาพที่เกิดมีความเข้มของแสงตามต้องการ ถ้าในที่มีแสงมาก IRIS จะต้องเปิดน้อย ถ้าในที่มืดจะต้องเปิด IRIS ให้กว้างที่สุด 

ชนิดของเลนซ์
       FIX IRIS IRIS ของเลนซ์จะไม่สามารถปรับได้ ทำให้จะต้องใช้ในสถานที่ภายในอาคาร ที่มีแสงสว่างคงที่ตลอดเวลา 

       MANUAL IRIS IRIS ของเลนส์จะสามารถปรับได้ด้วยช่างเทคนิคที่ติดตั้งกล้อง เหมาะสำหรับงานในอาคารที่มีความสว่างในแต่ละห้องไม่เท่ากัน สามารถปรับแสงให้เหมาะสมในแต่ละห้องได้

       AUTO IRIS เป็นเลนส์ที่ IRIS จะปรับขนาดการรับแสงเอง โดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับความเข้มของแสงที่ตกกระทบเลนส์ เหมาะสำหรับติดตั้งนอกอาคารที่ความสว่าง เปลี่ยนตามแสงอาทิตย์

3) อุปกรณ์ควบคุมและบันทึกภาพ

แบบใช้เทป (ANALOG) 
เครื่องแบ่งภาพ MULTIPLEXER เครื่องบันทึกภาพ

ประกอบด้วย
       - MULTIPLEXER (เครื่องแบ่งภาพ) ใช้ต่อกับกล้องได้ 4 ตัว, 8 ตัว และ 16 ตัว
       - TIMELAPSE RECORDER (เครื่องบันทึกภาพ) ใช้บันทึกภาพด้วยเทป มีแบบ 24 ชั่วโมง 96 ชั่วโมง, 196 ชั่วโมง, 960 ชั่วโมง
       - จอภาพ (MONITOR, TV) ใช้แสดงภาพ
       - แบบใช้ HARDDISK (DVR)
       - บันทึกภาพลง HARDDISK แบ่งได้ 3 ประเภท
       - แบบ CARD เป็น CARD ที่สามารถต่อกล้องได้ 4, 8, 16 ตัว โดยจะต้องใช้ COMPUTER
       - แบบ STANDALONE เป็นแบบ ที่ประกอบ COMPUTER มาจากโรงงานโดยตรงเป็นแบบ PC BASE 
       - แบบ STAND ALONE NON PC เป็นแบบ อุปกรณ์ประกอบจากโรงงานทั้งชุดและไม่ใช้โปรแกรม WINDOW (NON PC)

ข้อดีของการเลือกใช้กล้อง Network camera เมื่อเปรียบเทียบกับกล้อง Analog
       1. การ Access หรือการเข้าถึงตัวกล้อง ซึ่งโดยปกติแล้วกล้อง Network camera นั้นสามารถที่จำทำการเข้าถึงตัวกล้องได้จากทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนบนโลก เนื่องจากว่าตัวกล้องนั้นสามารถทำงานได้บนพื้นฐานระบบเครือข่าย(Network) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกล้องเข้ากับระบบ LAN, Wan แล้วก็ Internet ได้ โดยสามารถเรียกดูภาพจากกล้องได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เปิดโปรแกรม IE (Internet Explorer) ซึ่งมีอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปอยู่แล้ว ซึ่งแตกต่างจากกล้องระบบ Analog โดยสิ้นเชิง เพราะว่าตัวกล้อง Analog นั้นไม่สามารถเข้าถึงตัวกล้องได้โดยตรงไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม

       2. Easy to use การใช้งานค่อนข้างง่าย เนื่องจากสามารถเรียกดูภาพได้จากโปรแกรม IE (Internet Explorer)ได้อย่างง่ายแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเข้าไปกำหนดค่าการทำงานต่างๆของตัวกล้องได้อีกด้วย 

       3. Quality หรือคุณภาพของภาพที่ได้ ในระบบกล้อง Network camera นั้นผู้ใช้สามารถเข้าไปกำหนดค่าการใช้งานต่างๆผ่านโปรแกรม IE (Internet Explorer) ได้ที่กล้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนด Resolution ของภาพ การตั้งค่าการ Compression ของภาพ ซึ่งสามารถที่จะกำหนดคุณภาพของภาพได้ตามความต้องการ อีกทั้งรูปแบบของไฟล์ยังเป็นดิจิตอล ทำให้ไม่เกิดปัญหาในเรื่องของระยะทางในการส่งสัญญาณภาพหรือการดึงภาพมา บันทึก ซึ่งต่างจากระบบ Analog ซึ่งบางครั้งการติดตั้งในระยะที่ไกลเกินไป หรือสภาวะแวดล้อมที่มีสัญญาณกวนต่างๆ จะทำให้การส่งสัญญาณภาพเกิดปัญหาขึ้นได้

       4. System Requirement ความต้องการของระบบ กล้อง Network camera นั้นสามารถทำงานได้บนระบบเครือข่ายที่ผู้ใช้มีอยู่ได้เลย เพียงแค่ปลั๊กอุปกรณ์กล้องเข้ากับระบบเครือข่ายก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดินสาย หรือ ไร้สาย (Wireless) และในการบันทึกภาพนั้นก็เพียงแค่ใช้โปรแกรมบันทึกภาพลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั่วๆไปก็สามารถที่จะดึงภาพจากกล้องมาบันทึกได้ทันที ไม่เหมือนกับระบบ Analog ซึ่งจำเป็นจะต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การเดินสาย รวมถึงจะต้องซื้ออุปกรณ์ที่เรียกว่า DVR (Digital video recorder) เพื่อใช้ในการบันทึกภาพ 

       5. Installation การติดตั้ง ระบบ Network นั้นสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย หรือสามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายเดิมที่มีอยู่ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นแบบเดินสาย หรือแบบไร้สาย ซึ่งจะยิ่งทำให้การติดตั้งนั้นง่ายดายมากยิ่งขึ้น ผิดกับ Analog ซึ่งจะต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด

       6. Cabling สายสัญญาณ ระบบ Network นั้นจะใช้สายสัญญาณประเภท UTP ซึ่งปัจจุบันมีราคาค่อนข้างถูก อีกตั้งตัวสายยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถที่จะเดินสายติดตั้งได้โดยง่าย อีกทั้งปัจจุบันยังมีเทคโนโลยี Wireless LAN ซึ่งช่วยให้ลดการติดตั้งแบบเดินสายได้อีกด้วย แต่ระบบ Analog นั้นใช้สายสัญญาณประเภท Coax ซึ่งลักษณะของสายมีขนาดใหญ่และค่อนข้างแข็ง ทำให้ในการติดตั้งนั้น ค่อนข้างกระทำได้ยาก เนื่องจากจะต้องเดินสายจากกล้องทุกตัวมาเข้ากับเครื่องบันทึกภาพ (DVR) 

       7. Scalability การขยายระบบ ระบบกล้อง Network camera นั้นสามารถเพิ่มกล้องเข้าสู่ระบบได้โดยง่าย เพียงแค่ปลั๊กกล้องเข้ากับระบบเครือข่ายก็สามารถใช้งานได้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่ม ลด หรือย้ายจุดติดตั้งได้อย่างง่ายได้ โดยหากใช้เป็นระบบ Wireless จะยิ่งเพิ่มความสะดวกมากขึ้น ผิดกับระบบ analog ซึ่งแต่ละกล้องจำเป็นจะต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด ทำให้ในการเพิ่มจำนวนกล้อง หรือย้ายจุดติดตั้งนั้นทำได้โดยลำบาก ซึ่งหากระยะไกลเกินไปก็อาจจะทำให้สัญญาณภาพเกิดปัญหาขึ้นได้อีก

       8. Cost ค่าใช้จ่าย ระบบกล้อง Network camera นั้นสามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายที่มีอยู่ได้ทันที ซึ่งโดยปกติแล้ว หากเป็นอาคารสำนักงานต่างๆก็จำเป็นจะต้องมีระบบเครือข่ายใช้งานภายในอยู่ แล้ว หรือหากต้องมีการติดตั้งใหม่นั้น โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแบบเดินสาย UTP นั้นจะถูกกว่าการติดตั้งหรือเดินสายแบบ Coax อยู่ประมาณ 20-30% นอกจากนั้นปัจจุบันราคาของอุปกรณ์ Network รวมถึงราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ยังมีราคาลดลงจากเมื่อก่อนมาก อีกทั้งการติดตั้งระบบเครือข่ายใหม่ นอกจากจะสามารถใช้งานระบบกล้อง Network camera แล้วยังสามารถใช้งาน Application อื่นๆได้ด้วย ซึ่งทำให้ค่ายใช้จ่ายในปัจจุบันนั้น ไม่ได้สูงกว่าระบบ analog แบบเก่าเลย 

       จากเหตุผลต่างๆข้างต้น ผู้ใช้จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันกล้อง Network camera นั้นค่อนข้างจะมีปะสิทธิภาพ และประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลายกว่าระบบ Analog ไม่ว่าจะเป็นตัวกล้องเอง ระบบในการใช้งานเอง ความยากง่ายในการติดตั้ง เคลื่อนย้าย ก็ตาม แล้วที่สำคัญปัจจุบันค่าใช้จ่ายต่างๆนั้นก็ใกล้เคียงกับระบบ Analog แบบเก่า แต่ให้ประโยชน์การใช้งานที่มากกว่า จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าในการเลือกใช้ระบบกล้องที่เป็นแบบ Network camera

การพิจารณาซื้อระบบกล้องวงจรปิด
» ประเทศผู้ผลิต
       ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตในประเทศไต้หวัน เป็นที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและราคา ทำให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่สินค้าจากประเทศจีน ที่บริษัทต่างๆ นำเข้ามาขายจะเน้นราคาถูก ทำให้สินค้าไม่มีคุณภาพอายุการใช้งานสั้นมาก 3 เดือน - 2 ปี ทางที่ดี เน้นสินค้าที่ผลิตจากประเทศไต้หวันเป็นหลัก จะดีกว่า
» อุปกรณ์ที่ใช้
       สินค้าหลักที่ใช้ในระบบกล้องวงจรปิดมี 2 รายการ คือ
       กล้องวงจรปิด แบ่งเป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ
       1. กล้องแบบโดม 
           เหมาะสำหรับใช้ในอาคาร ที่แสงสว่างไม่เปลี่ยนแปลง ราคาถูก
       2. กล้องแบบทรงเหลี่ยม (CS - MOUNT)
           เหมาะสำหรับใช้ทั้งภายใน และภายนอก ต้องใช้คู่กับเลนส์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนขนาดโฟกัสของเลนส์ได้ ทำให้ได้ภาพที่คมชัดตามพื้นที่ที่ต้องการ
       3. กล้อง INFARED
           เหมาะสำหรับใช้ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มืดสนิทในตอนกลางคืน เพราะมีหลอด INFARED ผลิตความถี่ให้เห็นในที่มืดสนิทได้

       อุปกรณ์บันทึกภาพ ต้องพิจารณาคุณลักษณะหลักๆ คือ
       1. ชนิดของอุปกรณ์บันทึกภาพ
           แบบ PC BASE จะใช้ในโปรแกรม MS Office มีแบบเป็น CARD และแบบผลิตสำเร็จมาพร้อม Computer จะมีคุณสมบัติมากมายเหมือน Computer
           แบบ STANDALONE เป็นแบบที่เป็นตัวเครื่องผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงาน มีคุณสมบัติครบถ้วนราคาถูก

       2. ความเร็วของภาพที่ดูจากจอภาพ / ความเร็วในการบันทึกภาพ จะพิจารณาเป็น ความเร็วภาพ/วินาที (Frame) ถ้ามีความเร็วสูง ภาพจะดูต่อเนื่องแต่เปลือง Memory ใน Harddisk มาก

       3. มาตรฐานในการบีบอัด (Compression) ของภาพมาตรฐานที่เป็นที่นิยมกันหลักๆ มีดังนี้ MPEG4 , MJPEG และ H.264 MPEG4 เป็นที่นิยมสูงสุด เพราะใช้พื้นที่ในการบันทึกน้อย
       4. การดูภาพผ่าน Internet / Lan ควรจะสามารถดูผ่าน Internet / Lan ได้
       การรับประกันสินค้า จะต้องขอเอกสาร เงื่อนไข การรับประกัน สินค้าจากบริษัทที่จำหน่าย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
       การติดตั้ง มีความสำคัญมากไม่น้อยกว่าการเลือกสินค้า สายที่ใช้ในการติดตั้งมี 2 ชนิดคือ

       1. สายไฟฟ้า จะต้องใช้สายที่ได้มาตรฐาน มอก. ระวังผู้ขายที่ขาดความรับผิดชอบจะใช้สายโทรศัพท์แทนสายไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้สายร้อนและเกิดอัคคีภัยได้

       2. สายสัญญาณใช้สาย RG6 ที่ได้มาตรฐาน โดยจะต้องใช้สาย SHIELD 90% ขึ้นไป ควรจะใช้ยี่ห้อ มาตรฐาน เพราะถ้าใช้สายถูก ราคาเมตรละ 5 - 8 บาท จะ SHIELD ต่ำ 60% จะใช้งานได้ไม่นาน ภาพของกล้องจะเกิดสัญญาณรบกวน ต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด งานติดตั้งจะต้องตรวจสายที่ติดตั้งจริงก่อนชำระการติดตั้ง การติดตั้งสำคัญมาก ถ้าต้องรื้อและเดินสายใหม่จะเป็นเรื่องใหญ่มาก

การเลือกบริษัทที่จำหน่าย
       ปัจจุบันธุรกิจกล้องวงจรปิดบูมมากทำให้บริษัทขายกล้องวงจรปิดเกิดมาก ทำให้มีการแข่งขันสูง มีผู้ขายบางรายหลอกลวงลูกค้า บางรายปิดกิจการไป โดยมีปัญหาต่างๆ พอสรุปดังนี้

       1. นำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มาจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน ปัจจุบันสินค้าจีนที่มี คุณภาพดีมีจำนวนมากแต่ราคาจะใกล้เคียงสินค้าจากประเทศไต้หวันบางครั้งมีการ แอบอ้างว่าผลิต ในประเทศไต้หวัน แต่เป็นสินค้าคุณภาพต่ำจากประเทศจีน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่พิจารณาแต่ราคาจะประสบปัญหา ซื้อไปแล้วใช้ไม่ได้นาน สินค้าจะชำรุดเร็วมาก

       2. ผู้ขายไม่บริการหรือบริการช้ามาก เนื่องจากผู้ขายไม่ได้นำเจ้าโดยตรง หรือผู้นำเข้าเลิกกิจการ จะต้องพิจารณาความมั่นคงของผู้ขาย หรือผู้นำเข้าเป็นสำคัญ

       3. การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้สายไฟและสายสัญญาณ ที่ไม่ได้มาตรฐานมาติดตั้ง ทำให้ภาพที่ปรากฏไม่ชัดเจน หรือใช้ได้ไม่นาน ภาพก็ไม่ชัดรวมถึงการไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การติดตั้ง ควรระวังเรื่องการติดตั้งเป็นเรื่องสำคัญมาก

สรุป
       เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี ในราคามาตรฐานพิจารณาชนิด ประเภทของสายที่ใช้ในการติดตั้งอย่างละเอียด ซื้อสินค้า จากบริษัทที่น่าเชื่อถือเป็นมืออาชีพ เป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้นำเข้าที่ได้รับมาตรฐานรับรอง อาทิ บริษัทที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 รวมถึงอายุการรับประกันสินค้าถ้านาน จะเป็นหลักประกันในการให้บริการ

       สุดท้ายนี้ ควรไปชมการสาธิตสินค้าที่บริษัทผู้ขาย เพื่อจะได้เห็นคุณภาพสินค้าด้วยตาของเราเอง อีกทั้งจะได้เห็น กิจการของผู้ขายว่ามีความมั่นคง และมีบุคคลากร พร้อมที่จะให้บริการแก่ท่านหรือไม่ เพราะว่าเราควรจะใช้กล้องวงจรปิด ให้มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี

อยากติดตั้งกล้องวงจรปิดเชียงราย เรามีทีมงานช่างที่มากด้วยประสบการณ์ ใว้คอยบริการท่าน
โทรหาเราสิครับ 094-758-0567 ร้านเชียงรายคอม




chiangraicom

บริการรับทำเว็บไซต์ทุกประเภทม, รับทำ seo, seo สายโหด, สายยากโครตหินรับหมด รับทำseo ติดหน้าแรกGoogle รับโปรโมทเว็บไชต์ ไม่ติดอันดับยินดีคืนเงินบริการรับทำseoสายดำ สายขาว ทำอันดับseo ติดหน้าแรกGoogle ไม่ติดอันดับยินดีคืนเงินรับทำคีย์สายดำทุกคีย์บน google บน google Facebook & Website Easy SEO Rank

  • Share to Facebook
  • Share to Twitter
  • Share to Google+
  • Share to Stumble Upon
  • Share to Evernote
  • Share to Blogger
  • Share to Email
  • Share to Yahoo Messenger
  • More...