วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

แนะนำข้อมูลที่ควรรู้สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้งานสมาร์ทโฟน

เชื่อว่าในยุคปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนนับเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวัน เป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้เร็วขึ้นจากเดิมแล้ว ยังสามารถใช้ทำงานในส่วนต่างๆ ได้อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งอีเมล์ การแก้ไขไฟล์งานเอกสาร หรือแม้แต่การแชร์ภาพประทับใจตามสถานที่ต่างๆ ไปยังบุคคลใกล้ชิด และจากประโยชน์หลายๆ อย่างของสมาร์ทโฟนที่กล่าวไป ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมือใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง และอาจมีผู้ใช้งานมือใหม่หลายๆ คนที่ยังมีข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับสมาร์ทโฟนอยู่ในใจ ดังนั้นบทความนี้จะพาไปรู้จักสิ่งต่างๆ ที่ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมือใหม่ควรรู้ไว้เป็นพื้นฐานกัน!!


สมาร์ทโฟน (Smartphone) คืออะไร?

สมาร์ทโฟน (Smartphone) หากจะอธิบายแบบง่ายๆ นั้นก็คือ ชื่อเรียกโทรศัพท์มือถือที่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Line, Facebook, Intragram ฯลฯ บนตัวเครื่องได้ หรืออีกนัยนึงก็คือโทรศัพท์มือถือที่มีระบบปฏิบัติการเป็นของตนเองในตัวนั้น เอง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ผลิตสมาร์ทโฟนออกวางจำหน่ายมากมาย และหลายๆ ค่ายผู้ผลิตมักจะนิยมนำหน้าจอสัมผัสขนาดต่างๆ มาใช้งานบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น รวมถึงมีการดีไซน์ตัวเครื่องออกมาในรูปแบบต่างๆ มากมาย เพื่อตอบรับการใช้งานของผู้ใช้งานให้มากที่สุด


แฟบเล็ต (Phablet) คือ สมาร์ทโฟน หรือป่าว?

แฟบเล็ต (Phablet) ชื่อเรียกที่หลายๆ คนที่เป็นมือใหม่มักจะคุ้นหูหรือเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วแฟบเล็ตก็คือสมาร์ทโฟนอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจะใช้เรียกแทนสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ประมาณ 5-7 นิ้วเท่านั้น คำว่า Phablet เป็นคำผสมมาจากคำว่า “Phone” + “Tablet” ที่หมายถึงโทรศัพท์ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง โทรศัพท์และ แท็บเล็ต นั้นเอง


Operation system (OS)

Operation system (OS) หรือ ระบบปฏิบัติการ เป็นอีก สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานมือใหม่ต้องพบเจอเป็นลำดับต้นๆ ในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องมาใช้งานเลยทีเดียว ซึ่งหากจะกล่าวถึงความหมายที่แท้จริงของ OS นั้นคงจะต้องใช้เวลาพอสมควร แต่หากจะอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ นั้นก็คือ OS เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมผู้ใช้งานกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนตัวเครื่องให้เข้ากัน รวมถึงยังขับเคลื่อนการทำงานไปพร้อมๆ กับ Hardware บนตัวสมาร์ทโฟนเพื่อการประมวลผลการทำงานในส่วนต่างๆ ไปพร้อมกันด้วยนั้นเอง


โดยในปัจจุบัน OS บนสมาร์ทโฟนนั้นมีหลากหลาย OS เลยที่เดียว แต่ถ้าจะเอยถึง OS ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตลาดในขณะนี้น่าจะมีเพียง 4 OS เท่านั้น ที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้ใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่
Android OS
iOS
Windows Phone
Blackberry OS

เราจะอ่านสเปกเครื่องอย่างไร?

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้งานมือใหม่ที่เพิ่งจะทำการเปลี่ยนจาก โทรศัพท์แบบเดิมๆ มาสู่สมาร์ทโฟนนั้นต้องสงสัยหรืออยากทราบแน่นอนว่า สเปกตัวเครื่องคืออะไรและเราจะอ่านเจ้าสเปกตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนนี้ได้ อย่างไร?
สำหรับสมาร์ทโฟนนั้นข้อมูลด้านสเปกตัวเครื่องเป็นอีกสิ่งหนึ่งสำคัญที่ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องทราบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นๆ มาใช้งาน และยังป้องกันการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดของผู้ผลิตอีกทางหนึ่งด้วยนั้นเอง สำหรับการอ่านสเปกตัวเครื่องนั้นสามารถอ่านได้หลากหลายตามความสนใจของผู้ใช้ งานว่าจะต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกมากน้อยแค่ไหน


แต่สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่นั้นแนะนำว่าการทราบรายละเอียดพื้นฐานของสเปก ตัวเครื่องนั้น ก็น่าจะเพียงพอในการช่วยให้การตัดสินใจเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นจากเดิมอย่าง แน่นอน สำหรับข้อมูลพื้นฐานด้านสเปกที่ร้านค้าหรือผุ้ผลิตมักจะใช้ในการโปรโมตนั้น มีดังนี้

ยกตัวอย่าง สเปกของ Samsung Galaxy S5
หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล
CPU Quad-Core Snapdragon 801 ความเร็ว 2.5 GHz
RAM 2 GB
ROM 16 GB
กล้องถ่ายรูปความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
Android OS 4.4.2 Kitkat
แบตเตอรี่ 2800 mAh
รองรับการใช้งานเครือข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 850/900/2100 MHz

มาเริ่มอ่านและเข้าใจในรายละเอียดของสเปกตัวเครื่องกันดีกว่า

หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล

จากสเปกข้างบนจะเห็นได้ว่ามีการระบุว่า หน้าจอ Super AMOLED ซึ่งในส่วนตรงนี้จะเป็นการบอกชื่อเทคโนโลยีของหน้าจอนั้นๆ ที่นำมาใช้บนสมาร์ทโฟนเครื่องนั้น ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีจะมีลิขสิทธิ์และคุณสมบัติในการแสดงภาพที่แตกต่างกันออก ไปตามสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่นและยี่ห้อเช่น หน้าจอ Super AMOLED ตามในตัวอย่างนั้นจะให้คุณสมบัติการแสดงผลของภาพที่สีสันสดใส จัดจ้าน โดยเป็นเทคโนโลยีหน้าจอของ Samsung


และต่อมาคือการบอกขนาดของหน้าจอว่ามีความกว้างกี่นิ้ว โดยการวัดขนาดหน้าจอนั้นจะวัดจากแนวทะแยงมุมของจอมุมหนึ่งไปยังอีกมุมที่ตรง ข้ามกันนั้นเอง ถัดมาเป็นความละเอียดของหน้าจอ ซึ่งเราสามารถใช้วิธีการจำแบบง่ายๆ ได้ด้วยการดูจากตัวเลขที่น้อยกว่าดังเช่นในตัวอย่าง 1920×1080 พิกเซล ให้เราดูที่เลขน้อยคือ 1080 นั้นคือเลขที่จะบอกให้เราทราบถึงระดับความคมชัดของหน้าจอตามระดับมาตรฐาน ดังนี้
480 คือระดับ Video Graphic Arrey (VGA)
540 คือระดับ Quarter of High-Definition (qHD)
720 คือระดับ High-Denfinition (HD)
1080 คือระดับ Full High-Definition (FHD)
1440 คือระดับ Quad-HD (QHD, 2K)

ทั้งนี้การดูระดับความละเอียดของหน้าจอนั้นยังมีอีกหลายๆ ปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อความละเอียดของหน้าจอให้มีความคมชัดที่แตกต่างกัน ออกไปจากระดับมาตรฐานต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน
ถัดจากรายละเอียดของหน้าจอแล้วก็มาเป็นเรื่องของ CPU หรือ Central Processing Unit ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดของสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ โดยการอ่านรายละเอียดด้าน CPU ของสเปกสมาร์ทโฟนนั้นสามารถทำได้ดังนี้

CPU Quad-Core Snapdragon 801 ความเร็ว 2.5 GHz

จากตัวอย่างด้านบนนั้นจะหมายความว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ใช้ชิฟประมวลผลหรือ CPU แบบ Quad-Core โดยใช้รุ่น Snapdragon 801 จากบริษัท Qualcomm ซึ่งมีความเร็ว 2.5 GHz สำหรับชนิดของ CPU นั้นสามารถแบ่งได้ตามความนิยมในปัจจุบัน ดังนี้
Single Core (1 Processor)
Dual Core (2 Processor)
Quad-Core (4 Processor)
Hexa-Core (6 Processor)
Octa-Core (8 Processor)

และบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน CPU ในปัจจุบันที่นิยมนำมาใช้งานบนสมาร์ทโฟนนั้นมีหลักๆ ด้วยกัน 5 บริษัท
Exynos ของ Samsung
Snapdragon ของ Qualcomm
MediaTek ของ MediaTek
Nvidia Tegra ของ Nvidia
Intel ของ Intel
ต่อมาคือคำว่า ROM กับ RAM ที่หลายๆ คนชอบจำสลับกัน สำหรับมือใหม่นั้นคำว่า ROM จะหมายถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่อง โดยข้อมูลที่ผู้ผลิตให้มานั้นอาจจะมีการคลาดเคลื่อนบ้าง เนื่องจากพื้นที่ภายในเครื่องส่วนหนึ่งจะถูกใช้งานด้วย OS และฟีเจอร์ต่างๆ ตามที่ผู้ผลิตรายนั้นๆ ใส่มาให้ และสำหรับคำว่า RAM หรือ Random Access Memory นั้นเป็นหน่วยความจำอีกส่วนหนึ่งบนสมาร์ทโฟน ที่จะส่งผลต่อการทำงานในส่วนต่างๆ บนสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ใช้งานหลายๆ คนคิดว่ามีเยอะไว้น่าจะดี แต่ในความเป็นจริงแล้วมีเยอะอย่างเดียวคงไม่พอต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น OS ที่ใช้, CPU และอื่นๆ อีกมากมายที่ใช้มาประกอบในการตัดสินเรื่องของ RAM


คลื่นความถี่ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานมือใหม่ควรจะทราบไว้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการ ตัดสินใจ เนื่องจากสมาร์ทโฟนบางรุ่นจะมีการจำกัดการรับคลื่นสัญญาณของเครือข่าย ทำให้อาจไม่สามารถใช้งานร่วมกับซิมการ์ดที่เรามีอยู่ก็เป็นได้ โดยคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยนั้น จะมีผู้ให้บริการเครือข่ายหลักๆ ดังนี้
DTAC, TRUE : 850/2100 MHz
AIS : 900/2100 MHz


ในส่วนสุดท้ายคือ รายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น
ระบบปฏิบัติการอะไร เวอร์ชั่นไหน ในตัวอย่างจะเป็นระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.4.2 ชื่อเวอร์ชั่นว่า Kitkat
กล้องถ่ายรูปความละเอียดเท่าไรอย่างไร? สำหรับในเรื่องของความละเอียดนั้นไม่จำเป็นเสมอไปว่า ความละเอียดมากกว่าจะสามารถถ่ายรูปได้ชัดกว่า ยังมีปัจจัยหลายๆ อย่างช่วยให้ภาพที่ได้ออกมาสวยเช่นกัน
แบตเตอรี่ขนาดเท่าไร? การทราบขนาดแบตฯ นั้นก็มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเหมือนกัน เช่นสามารถทำให้เราตัดสินใจได้ว่าหากจะซื้อ Power Bank สักอันจะซื้อที่ขนาดเท่าไร? และจะชาร์ตแบตฯ สมาร์ทโฟนเราได้กี่ครั้ง
การเชื่อมต่ออื่นๆ ที่รองรับ นับเป็นอีกสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายๆ คนใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟน สำหรับการเชื่อมต่ออื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ Bluetooth, NFC, HDMI, MHL, WiFi ฯลฯ เป็นต้น


มีหลักการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนอย่างไร?

แต่ละคนมักจะมีเหตุผลการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นหลักการในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องเพื่อมาใช้งานก็ย่อมแตก ต่างกันเช่นกัน แต่โดยหลักการหลักๆ แล้วควรเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของตัวเราให้ ได้มากที่สุด และนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหลักการในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน สักเครืองมาใช้งาน อีกสิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือ ไม่ควรเลือกซื้อสมาร์ทโฟนตามคำแนะนำของคนอื่นจนกว่าจะได้ลองสัมผัสหรือเล่น ด้วยตนเอง เนื่องจากตามเหตุผลข้างต้นที่กล่าวไป และ “คุณอาจจะได้สมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์เพื่อนคุณมากกว่าตัวคุณเองก็เป็นได้”


หวังว่าบทความนี้จะพอเป็นแนวทางช่วยให้ สมาชิกชาวเชียงราย ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมือใหม่หลายๆ คนสามารถเข้าใจและช่วยตัดสินใจในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องมาใช้งาน ไม่มากก็น้อย

ที่มา : siamphone.com วินระพี นาคสวัสดิ์

chiangraicom

บทความต่างๆในเว็บเป็นประสบการณ์ล้วนๆแอดมินเขียนใว้เป็นวิทยาทานสำรับมือใหม่เรื่องบางเรื่องอาจเก่าแล้วก็ปรับเอาเองนะครับ Facebook & chiangraicom.in.th

  • Share to Facebook
  • Share to Twitter
  • Share to Google+
  • Share to Stumble Upon
  • Share to Evernote
  • Share to Blogger
  • Share to Email
  • Share to Yahoo Messenger
  • More...